สถิติ
เปิดเมื่อ24/05/2019
อัพเดท29/09/2019
ผู้เข้าชม259
แสดงหน้า354
สินค้า
ปฎิทิน
February 2020
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
      
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29




สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีอยุธยา+จังหวัดระนอง

อ่าน 20 | ตอบ 0
1.วัดวชิรธรรมาราม หลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ วัดวชิรธรรมาราม “วัดวชิรธรรมาราม”
จุดเด่นที่นี่ก็คือ หลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ ซึ่งเราสามารถเห็นได้มาแต่ไกล นอกจากองค์พระแล้วเมื่อใกล้ถึงทางเข้าวัดเราจะเห็นเราจะเห็นกิโลเมตรสีเหลืองขนาดใหญ่ ซึ่งที่นี่มีลานจอดรถกว้างขวางรองรับได้จำนวนมาก และที่สำคัญทางวัดมีเตรียมรถเข็นสำหรับผู้สูงอายุไว้ด้วย ลูก ๆ หลาน ๆ สามารถพาผู้สูงอายุมาเที่ยวได้สบาย ๆ เลยค่ะ ที่ตั้ง : ถนน สายเอเชีย อยุธยา-บางปะอิน อยุธยา (วัดตั้งอยู่บนถนนสายเอเชีย อยุธยา-บางปะอิน ขาออกจากกรุงเทพฯ วัดจะตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ) เวลา เปิด-ปิด : ทุกวัน 10:00 - 16:00 น. อัตราค่าเข้า : ฟรี อ่านต่อได้ที่ https://www.wongnai.com/trips/travel-at-ayutthaya?ref=ct https://youtu.be/NP3Z6OuyETQ


2.พระราชวังบางปะอิน
พูดถึงที่เที่ยวบางปะอิน อยุธยา ก็คงพลาดที่นี่ไม่ได้ “พระราชวังบางปะอิน” เป็นพระราชวังเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นพระราชวังใกล้พระนคร สร้างโดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เนื่องจากเป็นที่ประสูติของพระองค์ และทรงใช้ประทับแรม จุดเด่นของที่นี่คือด้านสถาปัตยกรรมที่มีทั้งแบบไทย ยุโรป และจีน ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เหมาะกับการถ่ายรูป หรือใครชอบวาดรูป แนะนำเลยค่ะที่นี่ มานั้่งใต้ต้นไม้วาดรูปตึกสวย ๆ บรรยากาศดี ร่มรื่น ซึ่งบริเวณที่นี่ค่อนข้างกว้างถ้าใครมากับผู้สูงอายุ เด็ก หรือใครเหนื่อย ทางพระราชวังบางปะอินก็มีรถกอล์ฟให้เช่าขับ คิดค่าบริการชั่วโมงละ 400 บาทค่ะ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีโซนอาหารด้วยนะคะ เรียกว่านอกจากได้ชมสถาปัตยกรรมที่สวยงามแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สะดวกครบครันอีกด้วย แต่ที่นี่จะมีกฎระเบียบด้านการแต่งกาย คือ ผู้หญิงห้ามใส่แขนกุด หรือ กางเกงขาสั้นเหนือเข่า ส่วนใครที่ทำไม่ถูกตามกฎระเบียบ จะมีผ้าถุงให้ยืม และเสียค่ามัดจำ 200 บาทนะคะ! ใครไม่อยากใส่ผ้าถุงก็ใส่เสื้อผ้าที่สุภาพให้ดูสวยงามนะจ๊ะ ที่ตั้ง : ถนน ปราสาททอง อยุธยา เวลา เปิด-ปิด :เปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 -17.00 น. อัตราค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 50 บาท/คน เด็ก 20 บาท/คน อ่านต่อได้ที่ https://www.wongnai.com/trips/travel-at-ayutthaya?ref=ct https://youtu.be/FPXF8uVC7uE


3. วัดนิเวศธรรมประวัติ
หลังจากเที่ยวชมพระราชวังบางปะอินแล้ว เราไปต่อกันที่ใกล้ ๆ อย่าง “วัดนิเวศธรรมประวัติ” วัดไทยในสไตล์ฝรั่ง สร้างโดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อใช้เป็นที่ประกอบพระราชกุศลเมื่อเสด็จประทับแรม ณ พระราชวังบางปะอิน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับพระราชวังบางอิน และตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ ทำให้การเดินทางเราต้องนั่งกระเช้าให้ข้ามแม่น้ำไปแบบเก๋ ๆ ไม่ต้องกลัวตกน้ำกันนะคะ เขามีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ทั้งไปและกลับ ซึ่งกระเช้าครั้งนึงจะนั่งได้ 6 - 8 คนและออกทุก 5 - 10 นาที ซึ่งกระเช้าที่นี่ก็ถูกทำออกมาในลักษณะของศาลาที่นั่งสีขาวแดง ส่วนค่าโดยสารสามารถบริจาคได้ตามศัทราเลยค่ะ กุฏิสีชมพูเขียวตัดกันสวยงาม วัดนิเวศธรรมประวัติ การตกแต่งด้วยกระจกหลายสีสันทั้งภายนอกและภายใน 'อุโบสถแปลก' เมื่อข้ามฝั่งมาแล้วเราจะเห็นกุฏิสีชมพูเขียวตัดกันสวยงาม รวมถึงบริเวณรอบ ๆ ที่ถูกตกแต่งให้ความรู้สึกเหมือนเราอยู่ต่างประเทศเลยทีเดียว และเมื่อเราเดินถึงพระอุโบสถ หรือ “อุโบสถแปลก” ใช้ศิลปะแบบโกธิคทั้งภายนอกและภายใน โดยการตกแต่งด้วยกระจกหลายสีสันดูสวยงามมากเลยค่ะ เป็นที่ ๆ นึงบอกเลยว่าไม่ควรพลาด! ที่ตั้ง : ตรงข้ามพระราชวังบางประอิน เวลา เปิด-ปิด : ทุกวัน 07:00 - 17:00 น. อัตราค่าเข้า : ฟรี อ่านต่อได้ที่ https://www.wongnai.com/trips/travel-at-ayutthaya?ref=cthttps://youtu.be/JVS-MEqRKqo


4.วัดพุทธไธศวรรย์ วัดพุทไธศวรรย์ หรือ สำนักดาบพุทไธศวรรย์
มาถึงอำเภอดังกันแล้ว เราขอเริ่มต้นจาก “วัดพุทไธศวรรย์” หรือ สำนักดาบพุทไธศวรรย์ในสมัยก่อน ซึ่งติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาเลยค่ะ ซึ่งวัดนี้มีอายุมากกว่า 600 ปี ซึ่งเป็นวัดที่ไม่ถูกทำลายเมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 เราจึงยังได้เห็นความสวยงามของโบราณสถานกันอยู่ ส่วนที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดนี้คือ พระมหาธาตุ หรือ ปรางค์ประธานที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะขอม มีลักษณะคล้ายฝักข้าวโพด และ วิหารพระนอนองค์ใหญ่ ที่นี่ยังเป็นอีกสถานที่ถ่ายทำของละครเรื่องบุพเพสันนิวาสอีกด้วย ใครมาเที่ยวอยุธยาแล้วที่นี่ก็เป็นอีกสถานที่นึงที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ ที่ตั้ง : 16/2 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3469 อยุธยา เวลา เปิด-ปิด : ทุกวัน 07:00 - 17:00 น. อัตราค่าเข้า : ฟรี อ่านต่อได้ที่ https://www.wongnai.com/trips/travel-at-ayutthaya?ref=ct https://youtu.be/3bhtVrBeePc


5.วัดไชยวัฒนาราม วัดไชยวัฒนาราม
เดินทางกันต่อไม่เกิน 10 นาที ก็ถึง “วัดไชยวัฒนาราม” เป็นวัดดังที่ใครมาทำบุญไหว้พระไม่มีพลาด และยังถือว่าเป็นวัดหนึ่งในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นวัดที่สร้างขึ้นเมื่อสมัยพระเจ้าปราสาททอง สถาปัตยกรรมของวัดนี้มีการก่อสร้างแต่งต่างจากที่อื่นโดยได้รับอิทธิพลจากนครวัด โดยมี 'พระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ' ปรางค์ประธานอยู่กลางวัดทำให้เป็นจุดเด่น และยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นวัดนี้ได้โด่งดังไปอีกเมื่อเป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่อง บุพเพสันนิวาส จนทำให้หลาย ๆ คนถึงกับแต่งตัวชุดไทยตามแม่หญิงการะเกดและไปถ่ายรูปที่วัดกันเยอะทีเดียว ที่ตั้ง : ทางหลวงหมายเลข 3469 อยุธยา (ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา) เวลา เปิด-ปิด : ทุกวัน 07:00 - 17:00 น. อัตราค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 10 บาท/คน *ถ้าใส่ชุดไทยเข้าฟรี อ่านต่อได้ที่ https://www.wongnai.com/trips/travel-at-ayutthaya?ref=ct https://youtu.be/kbUQELjS29g


6.วัดพระงาม
หลังจากชิลล์ ๆ กินอิ่มท้อง เราเดินทางกันต่อมาที่ “วัดพระงาม” หรือวัดร้าง ใช้เวลาจากพิพิธภัณฑ์ล้านของเล่นไม่เกิน 10 นาทีเช่นกัน วัดนี้ไม่ได้มีระบุไว้ว่าถูกขึ้นเมื่อไหร่ แต่มีการสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อสมัยอยุธยาตอนต้น ซึ่งจุดโดดเด่นที่ซุ้มประตูที่ถูกโอบล้อมด้วยต้นโพธิ์ ดูสวยงามและมีความขลังมาก หลาย ๆ คนบอกว่าเป็น ประตูแห่งกาลเวลา นั่นเอง ภายในวัดมีเจดีย์ให้เข้าไปสักการะบูชาได้นะคะ เราขอแนะนำให้มาช่วงเย็น ๆ จะเห็นพระอาทิตย์ตกดินลอดผ่านซุ้มประตู ใครชอบถ่ายรูปห้ามพลาดเลย นอกจากนี้ใครที่ใช้ Google Maps ให้ค้นหาด้วยชื่อ “วัดพระงามคลองสระบัว” เพราะว่าวัดพระงามจะมีอีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำวัดอยู่ จะได้มากันถูกที่ค่าาา ที่ตั้ง : ถนนคลองสระบัว อยุธยา (ตำบล บ้านป้อม อำเภอ พระนครศรีอยุธยา พระนครศรีอยุธยา) เวลา เปิด-ปิด : ทุกวัน 08:00 - 17:00 น. อัตราค่าเข้า : ฟรี อ่านต่อได้ที่ https://www.wongnai.com/trips/travel-at-ayutthaya?ref=ct https://youtu.be/MScJq551lkA


7.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา “อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา” เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้จักกันดี เนื่องจากที่นี่ถือว่าเป็นอุทยานที่มีความสมบูรณ์เกือบจะที่สุด และในปัจจุบัน Unesco ได้ประกาศให้อุทยานแห่งนี้เป็นมรดกโลกด้วยเช่นกัน ซึ่งนอกจากคนไทยที่มาเที่ยวกันหนาแน่นแล้วชาวต่างชาติเองก็ให้ความสนใจไม่ใช่น้อยค่ะ เราจะสามารถสัมผัสศิลปะ วัฒนธรรม จากโบราณสถานทั้งซากปรักหักพัง รวมถึงวัดที่มีมากกว่า 10 แห่ง ที่อยู่ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เช่นวัดมหาธาตุ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดไชยวัฒนาราม พระราชวังโบราณ วัดราชบูรณะ เป็นต้น แนะนำว่าถ้าใครอยากเดินเที่ยวกันครบ ๆ ทุกที่อาจจะต้องใช้เวลาทั้งวันในการเที่ยวชมทุกจุดเลยค่ะ แต่วันนี้ Wongnai จะขอพาเพื่อน ๆ พาไปเที่ยวในบางจุดสำคัญและที่น่าสนใจค่ะ มีที่ไหนบ้างตามกันมาเลย ที่ตั้ง : อ.พระนครศรีอยุธยา จ.อยุธยา เวลา เปิด-ปิด : ทุกวัน 08.00 - 18.00 น. อัตราค่าเข้า : ผู้ที่มีสัญชาติไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท อ่านต่อได้ที่ https://www.wongnai.com/trips/travel-at-ayutthaya?ref=ct


8.วัดพระศรีสรรเพชญ์
วัดพระศรีสรรเพชญ์ ในช่วงเย็น มาเที่ยวชมวัดและโบราณสถานกันต่อที่ “วัดพระศรีสรรเพชญ์” เป็นวัดหลวงในสมัยก่อนที่ใช้ในการประกอบพิธีสำคัญทางศาสนาต่างๆ และเป็นที่เก็บอัฐิของพระมหากษัตริย์ แต่จะไม่มีพระสงฆ์มาจำพรรษาที่วัดนี้ เมื่อเข้าไปในวัดตรงใจกลางของวัดจะพบกับเจดีย์เป็นศิลปะแบบลังกาถึง 3 องค์เรียงกันอยู่ ถึงแม้จะถูกทำลายไปมากหลังจากเสียกรุงครั้งที่ 2 แต่เดินเข้าไปก็ยังรู้สึกถึงความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ นอกจากเจดีย์แล้วยังมีพระวิหาร พระอุโบสถ ที่เก่าแก่แต่ยังดูสวยงามอีกด้วย แนะนำว่าลองมาตอนเย็น ๆ ก็ให้อารมณ์ความสงบ สวยงามไปอีกแบบค่ะ และตั้งแต่เวลาประมาณ 19.30 - 21.00น. จะมีการส่องไฟชมโบราณสถาน เราสามารถชมอยู่ด้านนอกได้ แต่รับรองว่าสวยงามประทับใจแน่นอน ใครกำลังหาที่พักใกล้ๆอยู่สามารถดูได้ที่ 10 โฮสเทลราคาถูก วิวดีในอยุธยา ที่ตั้ง : ถนน ศรีสรรเพชญ์ อยุธยา (ทางทิศเหนือของวิหารพระมงคลบพิตรในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา) เวลา เปิด-ปิด : ทุกวัน 08:30 - 16:30 น. อัตราค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 10 บาท อ่านต่อได้ที่ https://www.wongnai.com/trips/travel-at-ayutthaya?ref=ct


9.วัดมหาธาตุ
วัดมหาธาตุ และต่อกันที่ใกล้ๆ “วัดมหาธาตุ” เป็นอีกวัดที่ใครมาอยุธยาก็แวะมาสักการะบูชา รวมถึงชาวต่างชาติก็มาที่นี่กันเยอะเลยค่ะ ซึ่งวัดนี้ถือว่าเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาในยุครุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยา แต่เมื่อเหตุการณ์เสียกรุงครั้งที่ 2 วัดมหาธาตุถูกไฟไหม้เสียหายหนักมาก จนทำให้ถูกปล่อยเป็นวัดร้างเป็นเวลานาน จนกรมศิลปากรได้เข้ามาบูรณะ จนเกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่ง Landmark ของที่นี่คือ เศียรพระที่ถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้ บริเวณวัดค่อนข้างกว้าง เราขอแนะนำว่าใครมาควรพกร่ม น้ำดื่ม มาให้พร้อมนะคะ ที่ตั้ง : ถนน นเรศวร อยุธยา (เข้าตัวเมืองอยุธยาแล้วข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชตรงไปจนถึงสี่แยกไฟ แดงที่ 2 เลี้ยวขวาตรงไปไม่ไกลนัก ผ่านบึงพระราม จะเห็นวัดมหาธาตุอยู่ทางซ้ายมือ) เวลา เปิด-ปิด : ทุกวัน 08:30 - 16:30 น. อัตราค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 10 บาท/คน เด็ก 10 บาท/คน *ชาวต่างประเทศ 30 บาท อ่านต่อได้ที่ https://www.wongnai.com/trips/travel-at-ayutthaya?ref=ct


10.วัดใหญ่ชัยมงคล วัดใหญ่ชัยมงคล หรือ “วัดใหญ่ฯ”
จุดหมายปลาทางต่อไป คือ “วัดใหญ่ชัยมงคล” หรือ “วัดใหญ่ฯ” ที่หลายๆคนเรียกกัน วัดนี้สำคัญกับประวัติศาสตร์และเป็นวัดเก่าแก่มาก เมื่อเราเข้าไปถึงจะพบกับเจดีย์และโบราณสถานอยู่ทางด้านหน้าของวัด ซึ่งจุดเด่นของวัดนี้คือ โบราณสถานที่สวยงาม และ ยังมีเจดีย์ที่สูงที่สุดในจังหวัดอยุธยาอีกด้วย และโซนด้านหลังจะมีศาลพระนเรศวรมหาราช เราสามารถเข้าไปสักการะบูชาได้ค่ะ ที่ตั้ง : ทางหลวงหมายเลข 3477 อยุธยา (จากเจดีย์วัดสามปลื้ม วิ่งตรงมา อยู่ริมถนนเส้น 3477) เวลา เปิด-ปิด : ทุกวัน 07:00 - 17:00 น. อัตราค่าเข้า : ฟรี อ่านต่อได้ที่ https://www.wongnai.com/trips/travel-at-ayutthaya?ref=ct https://youtu.be/dyEXMw65UA4

อ้างอิง https://www.paiduaykan.com/travel/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%98%e0%b8%a2%e0%b8%b21%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99

1.อาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อน
สิ่งแรกเมื่อคิดถึงระนองต้องนึกถึงบ่อน้ำร้อนเพราะสร้างชื่อมาช้านาน มาระนองต้องมาแช่น้ำร้อน บ่อน้ำร้อนที่ระนองได้รับการวิเคราะห์มาแล้วว่าเป็นแหล่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีสารกำมะถันเจือปนจึงทำให้ไม่มีกลิ่นของกำมะถันและมีความบริสุทธิ์ ที่ระนองมีบ่อน้ำร้อนให้นอนแช่เท้าและแช่ตัวเพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า อยู่ 2 แห่ง คือ บ่อน้ำร้อนสวนสาธารณะรักษะวาริน ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และ บ่อน้ำพุร้อนพรรั้ง อยู่ใกล้กับน้ำตกหงาว ซึ่งทั้ง 2 แห่งมีการปรับภูมิทัศน์ให้กลมกลืนกับธรรมชาติรอบด้านได้อย่างดีเยี่ยม ช่วงเวลาที่เหมาะสมและไม่รู้สึกว่าร้อนจนเกินไปสำหรับการมาแช่น้ำร้อนนั้นแนะนำให้มาในช่วงเช้าก่อนเที่ยง ข้อมูลคลิ๊ก บ่อน้ำพุร้อนพรรั้ง ข้อมูลคลิ๊ก บ่อน้ำร้อนสวนสาธารณะรักษะวาริน


2.ภูเขาหญ้า
ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง ระนอง เป็นภูเขาที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นมีแต่ต้นหญ้าปกคลุมแนวเขาที่ทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ภูเขาที่เต็ม ไปด้วยหญ้าต่างสีต่างวันเวลาและเนินเขางดงาม ในช่วงฤดูแล้งภูเขาหญ้าจะแปรเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวยิ่งในช่วงในตกใหม่ๆอาจมีโอกาสได้แห่งของสายหมอกฝนลอยไปมาอีกด้วย จึงนิยมเรียกกันว่า “ภูเขาหญ้าสองสี” การชมภูเขาหญ้านอกจากจะชมได้จากลานกว้างด้านล่างแล้ว ยังสามารถขึ้นไปชมวิวในมุมสูงมีทางราบเชิงเขา มีทางเดินเท้าสำหรับนักท่องเที่ยวขึ้นสู่บนสันเขาเพื่อชมทิวทัศน์โดยรอบ ซึ่งภูเขาแต่ละลูกไม่สูงมาก สามารถเดินเท้าขึ้นไปตามทางจากลูกนี้เดินต่อไปยังอีกลูกซึ่งเชื่อมต่อกัน ข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก ภูเขาหญ้า


3.ระนองแคนยอน
สถานที่ท่องเที่ยวจะมีความสวยงามแปลกตา คือ เป็นสระน้ำสีเขียวมรกตขนาดย่อมที่โอบล้อมด้วยหุบเขา ที่นี่เคยเป็นเหมืองแร่เก่ามาก่อนเป็นเหมืองแบบฉีดโดยฉีดน้ำให้กัดเซาะดินปนแร่จากตัวภูเขาให้ลงมาสะสมในแอ่งน้ำด้านล่าง หลังจากนั้นก็จะสูบน้ำในแอ่งขึ้นตามท่อเพื่อนำมาผ่านกระบวนการทางกายภาพ เพื่อทำการแยกแร่ออกจากทรายที่ไม่มีค่า ทำให้สภาพภูเขาเกิดลักษณะเว้าแหว่งสวยงามแปลก เมื่อมองจากเนินเขาข้างบนลงมาจะเห็นน้ำในบึงใสแจ๋วสะท้อนสีของฟ้าและต้นไม้เป็นสีเขียวอมฟ้าดุจดังมรกต ข้อมูลคลิ๊ก ระนองแคนยอน


4.บ้านเทียนสือ
ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองระนอง เป็นบ้านเก่าที่มีอายุกว่า 150 ปี สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งถือว่าเป็นบ้านเก่าแก่ที่สุดบ้านหนึ่งของเมืองระนอง รวมทั้งเป็นหนึ่งในแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และทางวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยรวบรวมองค์ความรู้เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดระนองไว้มากมาย ส่วนหนึ่งปรากฏอยู่ในภาพถ่ายที่เก่าแก่ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะใช้ยืนยันความเป็นมาของบรรพบุรุษต้นตระกูล และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวต่างๆในอดีต เปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่บอกเล่าเรื่องราวในอดีตของคนจีนในรุ่นแรกๆที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในจังหวัดระนอง รีวิวเพิ่มเติมคลิ๊ก บ้านเทียนสือ


5.ร้านกาแฟห้วยค้างคาว คุ้นลิ้น
ร้านกาแฟในบรรยากาศริมธารน้ำตก ท่ามกลางธรรมชาติอันสดชื่นและแมกไม้เขียวขจี ของภูเขาที่โอบล้อม เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินสุดเก๋และสุดฟิน ของการมาเที่ยวเมืองระนองที่มิควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง คุ้นลิ้นกาแฟสด ตั้งอยู่ ริมทางหลวงหมายเลข 4 เส้นทาง ชุมพร – ระนอง ใกล้น้ำตกปุญญบาล หากเดินทางจากตัวเมืองระนองร้านจะตั้งอยู่ก่อนถึงน้ำตก แต่ถ้าเดินทางมาจากชุมพรเข้าสู่จังหวัดระนองจะเจอน้ำตกก่อน สังเกตง่ายมากเมื่อมาถึงร้านจะมีรถสองแถวสีชมพูสดใส ซึ่งเป็นรถท้องถิ่นของเมืองระนองจอดประดับอยู่หน้าร้าน รีวิว เพิ่มเติม คลิ๊ก คุ้นลิ้นกาแฟสด ระนอง


6.จุดชมวิวเขาฝาชี
อีกหนึ่งจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง โดยจุดชมวิวแห่งนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เป็นสถานที่ชมทิวทัศน์สวยงาม พระอาทิตย์อัสดงมองเห็นลำน้ำกระบุรี ไหลมาบรรจบกับ ลำน้ำละอุ่นออกสู่ทะเลอันดามันเกิดเป็นทัศนียภาพน่าประทับใจของเกาะแก่งน้อยใหญ่มองเห็นฝั่งพม่านอกจากนี้แล้ว จุดชมวิวเขาฝาชี ยังเป็นจุดชม พระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดระนอง โดยเฉพาะในฤดูหนาวช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม แสงสีสุดท้ายของท้องฟ้าจะสดสวย งดงามมากที่สุด ในบางวันยังสามารถมองเห็นทะเลหมอกได้อีกด้วย ภาพและข้อมูลเพิ่มเติม คลิ๊ก จุดชมวิวเขาฝาชี


7.ก้องวัลเลย์
ตั้งอยู่ที่ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง เป็นแหล่งปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียงมากว่า 40 ปี โดยแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟภายใต้ชื่อการค้า ก้องกาแฟ และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โฮมสเตย์ ภายใต้ชื่อ ก้องวัลเลย์ โดยรับซื้อโดยตรงจากเกษตรกรและให้เกษตรกรเป็นผู้กำหนดราคาขายเอง จึงทำให้ก้องกาแฟได้กาแฟคุณภาพดีกว่าท้องตลาด โดยนำมาคัดเมล็ด คั่ว บด และบรรจุลงถุงที่มีมาตรฐาน ความโดดเด่นของกาแฟก้องวัลเลย์ คือ การทำกาแฟด้วยกรรมวิธีที่โบราณ ตั้งแต่การปลูก เก็บเมล็ด ตาก บ่ม และคั่วมือในกระทะเล็กๆ และบดด้วยมือ ทำให้ยังคงรักษากลิ่นหอมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโรบัสต้า รวมถึงรสชาติรวมถึงความหวานของเมล็ดกาแฟไว้ได้ ทำให้เมล็ดกาแฟโรบัสต้าที่หลายคนมองว่าเข้มและขมกลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อม ทำให้ก้องคอฟฟี่มีรสชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กลายเป็นกาแฟที่มีชื่อเสียงส่งขายไปทั่วโลก ที่คอกาแฟต้องลองไปชิมสักครั้ง รีวิวฉบับเต็ม คลิ๊ก ก้องวัลเลย์


8. ชมพระอาทิตย์ตกที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน
อุทยานแห่งชาติแหลมสน นอกจากชายหาดทอดยาวซึ่งเป็นที่ตั้งของที่พักอุทยานที่แสนสบายแล้ว หากพักอยู่ภายในอุทยานหรือพื้นที่บริเวณใกล้เคียงในช่วงเวลาเย็นสละเวลามาที่นี่กันซักนิด เพื่อมานั่งรับลมทะเลและรอชมพระอาทิตย์ตกส่องแสงกระทบหาดทรายที่เป็นริ้วสีทอง หาดบางเบน ท้องทะเลแห่งเมืองอันดามัน ที่มีหาดทรายสีขาวระยิบระยับราวกับเพชร ทอดยาวเป็นอ่าว น้ำทะเลสีฟ้าครามไล่ระดับสีอ่อนไปหาสีเข้ม มองเห็นเกาะเล็กน้อยใหญ่ เดินเล่นริมหาดทรายพร้อมฟังเสียงคลื่นกระทบกับโขดหิน มีป่าสนที่อุดมสมบูรณ์ทอดยาว ช่วงเย็นรอชมพระอาทิตย์ตกและแสงกระทบกับเงาน้ำทะเล ส่วนในช่วงรุ่งอรุณจะเห็นปูนับร้อยตัวอยู่บนหาดทราย ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งนัก อีกหนึ่งสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาดสำหรับวันหยุดในช่วงหน้าร้อน


9.สัมผัสชีวิตฟาร์มสเตย์ บ้านไร่ไออรุณ
จากเรื่องราวของอดีตสถาปนิกหนุ่มผู้มีฝันอันแรงกล้ายอมลาออกจากงานสถาปนิกซึ่งเป็นงานประจำในเมืองหลวงกลับมาบ้านเกิด ใช้ชีวิตปลูกผักแบบเรียบง่าย นำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาแปลงโฉมบ้านน้อยหลังเดิมและสร้างบ้านเพิ่มเติมให้กลายเป็นที่พักฟาร์มสเตย์กลายเป็นอาณาจักรแห่งความรักที่เป็นแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครหลายคน สัมผัสความน่ารักและอบอุ่นของที่นี่ บ้านไร่ ไออรุณ ระนอง ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติกลางสวน ทีตกแต่งน่ารักไม่เหมือนใคร บวกกับรอยยิ้มและการต้อนรับที่อบอุ่นของทุกคนในบ้าน รสชาติอาหารที่อร่อยถูกปาก ต้องบอกว่าถ้ามีโอกาสได้มาพักแล้วไม่มีอะไรที่เราไม่ประทับใจเลยซักอย่างเดียว รีวิวบ้านไร่ไออรุณ คลิ๊ก บ้านไร่ไออรุณ


10.อ่างเก็บน้ำหาดส้มแป้น
ตั้งอยู่ใน เส้นทางเดียวกับ บ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน วัดหาดส้มแป้น เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางมีความจุน้ำขนาด 10 ล้าน ลูกบาศก์เมตร โดยอ่างเก็บน้ำหาดส้มแป้นแห่งนี้ ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ จากการนำน้ำไปใช้ในการเกษตร สวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน และสวนผลไม้ และยังเป็นแหล่งน้ำดิบอีกแหล่งน้ำในการสูบน้ำขึ้นมาเพื่อการผลิตน้ำประปา เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองระนอง ด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม ตั้งอยู่ในที่สูงโอบล้อมด้วยหุบเขาเขียวขจีรอบด้าน และมีบรรยากาศที่เงียบสงบ ทำให้อ่างเก็บน้ำหาดส้มแป้น กลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมแวะมาถ่ายภาพกันอยู่บ่อยครั้ง ในช่วงที่ฝนตกใหม่ๆ อาจมีโอกาสได้เห็นสายหมอกบางลอยคลอเคลียอยู่ตามไหลเขาอีกด้วย

อ้างอิง https://www.paiduaykan.com/travel/%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%87
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :